“พอใจคุณรึยังฮะ..”
แบมแบมเอ่ยอย่างเค้นน้ำเสียงเพราะลำคอแห้งผากไปหมด
มาร์คกระตุกยิ้มที่หนึ่งก่อนจะเลื่อนมือที่เปื้อนคราบรักไปที่ลำคออีกฝ่าย
ความเหนียวเหนอะและแฉะทำเอาร่างบางถึงกับสะดุ้งแล้วเบี่ยงตัวรังเกียจ
“ก็พอใจ”
“งั้นปล่อยมันมาให้ผมสิฮะ”
“ยังไม่ได้พูดสักคำว่าให้เอาแล้วจะปล่อย”
มาร์คตอบออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร
เขาไม่สนใจเลยว่าดวงตาหวานของอีกฝ่ายนั้นเจ็บปวดแค่ไหน
น้ำตาหยดใหญ่ถึงกับไหลออกจากหางตาเป็นสายด้วยความรู้สึกเจ็บใจก่อนจะใช้มือข้างที่ไร้โซ่ระดมทุบไปที่ไหล่ลาดอย่างเหลือใจ
“คุณมันใจร้าย!
คุณมันปีศาจ! คุณมันคนไม่มีหัวใจ!!
คุณมันเลว!!! โอ้ย!!”
มาร์คคว้าเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่ายก่อนจะบีบมันอย่างแรงเป็นการย้ำเตือนว่าอย่าได้พยศหรือต่อต้าน
และนั้นทำให้เขาพบกับบางอย่าง...
สีเงินที่แวววาวสะท้อนแสงช่างสวยงามสะดุดตา
และยิ่งอักษรที่สลักลงบนเนื้องานแล้วมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มมองมันด้วยสายตารังเกียจก่อนจะหันดวงตาดุมามองเจ้าของข้อมือเล็ก
มาร์คบีบเข้าที่คางได้รูปแล้วบังคับให้หันกลับมาก่อนจะถามด้วยความเดือดดาล
“ของใคร!!”
“อึก...ปล่อยนะ!..เจ็บ...โอ้ย”
“บอกมาว่าไอ้สวะตัวไหนมันให้!”
แบมแบมเจ็บจนน้ำตาเล็ดอีกคราแต่ดวงตาที่แดงก่ำก็มองโต้ตอบอย่างไม่หลบเป็นการแสดงออกว่าเขากำลังดื้อเพ่งเพื่อปกป้องเจ้าของที่ให้กำไลนั้นมา
“ได้...”
มาร์คกดเสียงต่ำพร้อมกับกระตุกมุมปากก่อนจะใช้มือซ้ายกระชากกำไลออกจากข้อมืออีกฝ่ายจนขาดสะบั้นโดยไม่สนใจว่ามันจะสร้างรอยแผลไว้บนผิวบางหรือเปล่า
ส่วนแหลมที่เกิดจากห่วงที่ฉีกขาดครูดกับส่วนข้อมือเป็นทางยาวจนเลือดซิบ
แต่นายเหนือก็หาได้ใส่ใจ...มือหนากำแผ่นเงินนั้นจนเส้นเลือดขึ้นต่อหน้าร่างบางประหนึ่งจะให้มันแหลกละเอียดไปในฝ่ามือ
“ไม่ตอบแสดงว่ายอมรับโทษแทนมันใช่ไหม”
มาร์คกดเสียงต่ำถามจนอีกคนผวาหวาด คนใต้ร่างพยายามดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดแต่เหมือนเป็นการเอาท่อนไม้ไปงัดท่อนซุง
และซุงนี้ก็เป็นซุงที่กำลังลุกไหม้เสียด้วย
“ถ้างั้นฉันจะจัดโทษแบบพิเศษเพื่อนาย
นางบำเรอของฉัน”
“โอ้ย!!”
แล้วร่างของนางบำเรอก็ถูกลากลงจากเตียงโดยกุญแจมือที่ถูกปลดออก
มือหนากำโซ่ส่วนปลายแน่นอย่างไม่รู้สึกแม้ว่ามันจะกดทับจนเป็นรอยยุบแล้วมัดมันไว้กับราวข้างหน้าต่างแล้วหันมากระชากกลุ่มผมสีดำให้ร่างบางหันหน้าออกนอกหน้าต่าง
“วิวสวยเนอะว่าไหม?” เสียงเย็นที่เอ่ยกระซิบข้างหูทำให้ร่างเล็กเริ่มจะรู้ชะตากรรม
ใบหน้าหวานส่ายไปมาอย่าปฏิเสธเพราะตอนนี้แก่นกายร้อนมันกำลังช่ำแรกเข้ามาให้หวาดสั่น
“อึก..”
ขาเล็กแทบทรุดที่จู่ๆอีกฝ่ายก็แทรกเข้ามารวดเดียวอย่างไม่ถนอม
แบมแบมพยายามที่จะบังคับให้ขาทั้งสองทรงตัวให้อยู่เมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับ
มือเรียวคว้าไปที่ผ้าม่านพยามที่จะเบี่ยงตัวออกจากช่องหน้าต่างเพราะถึงแม้เขาจะเป็นนางบำเรอ
ไร้ค่า ต่ำศักดิ์ แต่เขาก็ยังคงหวงแหนร่างกายที่มันแปดเปื้อนไม่อยากให้ใครได้มอง
เขาไม่อยากให้ใครได้เห็นภาพอันน่าเวทนานี้แม้แต่น้อย
“อือ...ผมเจ็บ...คุณมาร์คได้โปรด..”
แบมแบมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อรับรู้ได้ถึงของแหลมคมที่กรีดลงบนแผ่นหลังของตน
มุมของแผ่นสีเงินในมือถูกใช้เป็นปากกา
แผ่นหลังบางถูกเปรียบเป็นแผ่นกระดาษโดยมีหมึกคือเลือดที่ซึมออกมาจากรอยถลอก คำว่า
มาร์ค ที่เด่นชัดบนผิวนุ่มทำให้ผู้สร้างกดยิ้มมุมปากอย่างพอใจที่ได้ตีตราต่างกับอีกคนที่ร้องจนแทบไม่มีน้ำตา
แล้วปากกาด้ามนั้นก็ถูกยื่นมาตรงหน้าร่างบางในจังหวะเดียวกันกับร่างสูงโน้มตัวเข้ามากระซิบข้าหู
“หวงมันมากใช่ไหม”
พรืบ!
“ไม่นะ!” ร่างบางเบิกตากว้างเมื่อมันถูกเหวี่ยงออกไปในความมืดอย่างรวดเร็วจนมือบางไม่อาจเอือมคว้าทัน
มือบางทิ้งลงกระทบหน้าต่างอย่างหมดหวังก่อนที่จะร้องเสียงหลงเมื่อนายเหนือจับตัวพลิกให้มาเผชิญใบหน้าเข้มที่แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
“นายเป็นนางบำเรอของฉัน!
ร่างกายเป็นของของฉัน! และฉันไม่มีวันให้ใครหน้าไหนเอาไปได้ในขณะที่ฉันยังพอใจ!”
“โอย!
คุณมาร์ค...ได้โปรด”ร่างบางร้องออกมาสุดเสียงอย่างเจ็บปวดเมื่อขาเรียวถูกจับพาดแขนแกร่งแล้วท่อนร้อนก็พรวดเข้ามาที่เดียวแทบมิด
ร่างบางร้องเรียกชื่อคนตรงหน้าเสียงพร่าพร้อมกับพยายามดันหน้าท้องเป็นลอนไว้เพื่อทานแรงก่อนจะช้อนดวงตาปริ่มน้ำขึ้นมาเอ่ยขอความเมตตา
“อือ...ฮะ...ขอ...ร้อง”
เสียงตะกุกตะกักและใบหน้าอันแดงซ่านอย่างทรมานทำให้มาร์คนึกลองใจอ่อนหยุดการกระทำลงแล้วจดจ่อรอว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยคำใดออกมา
ร่างบางกลืนน้ำลายที่แทบจะไม่มีลงลำคอก่อนจะค่อยๆสูดลมหายใจเข้าแล้วขยับปากเอ่ยในสิ่งที่ตนพึ่งได้ตัดสินใจ
“คุณมาร์ค...ผมยอมแล้ว...แต่ได้โปรด...อย่ารุนแรงกับผมได้ไหม...ผมทนไม่ไหว”
แบมแบมเอ่ยออกมาด้วยความสัตย์จริงเพราะตอนนี้แค่ควบคุมฝ่ามือที่แตะอยู่บนไหล่ลาดให้หยุดสั่นเขายังทำไม่ได้
แต่สิ่งที่ร่างบางเอ่ยออกมามาร์คถึงกับประหลาดใจฉงน
ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างแล้วโถมตัวดันแผ่นหลังบางให้ครูดไปกับผนังห้องเรียกเสียงซี้ดเบาๆจากปากอิ่มให้รู้ว่าร่างบางแสบสันไม่น้อย
จากนั้นก็โน้มใบหน้าจนลมหายใจรดปลายจมูกเอ่ยคำตอบที่ทำเอาร่างบางแทบอยากจะกัดลิ้นตาย
“ขึ้นอยู่กับความพอใจของฉัน”
แล้วริมฝีปากหยักก็ปิดปากอิ่มให้ไร้ทางออกของเสียงพร้อมกับการขยับสะโพกใส่ถี่
เขาไม่แคร์ว่าเสียงที่ดังอืออึงในลำคอร่างเล็กจะเป็นเสียงของความเจ็บปวดที่มีผลมาจากช่องทางที่เริ่มจะอักเสบและมีลิ่มเลือดเปรอะออกมาเพราะนาทีนี้ความสุขของเขาคือจุดประสงค์สูงสุด
และคือสิ่งที่นางบำเรออย่างอีกคนต้องมอบให้เขาโดยไม่มีข้อแม้
พั่บ พั่บ พั่บ
เสียงของเนื้อกระทบเนื้อยังคงดังเคล้าเสียงชื้นแฉะของช่องทางที่ถูกรุกราน
ร่างบางมองไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกมึนงงคล้ายร่างกายมันอ่อนล้าไปหมดจนแทบไร้ความรู้สึก
ปลายประสาทของเขามันชาจนควบคุมไม่ได้
แต่สิ่งที่เด่นชัดเหลือเกินคือไฟสวาทที่มันแผดเผาวูบวาบอยู่ในกายให้เห็นหนทางสายรุ้งรำไร
ครั้งสุดท้ายได้ไหม...
ผมจะไม่ไหวแล้ว...
ใบหน้าของร่างเล็กถูกคลอเคลียด้วยจมูกโด่งและลมหายใจร้อนด้วยพิษกามาที่ร่างสูงระบายออกมาเป็นจังหวะเดียวกับแก่นกายร้อนที่กำลังทำงานอยู่เบื้องล่าง
ในเวลานี้ไม่มีส่วนไหนที่ไม่ถูกดอมดมเพราะจิตใต้สำนึกถูกกดด้วยบางอย่างจนหนักอึ้งไปทั้งหัวไม่ว่าริมฝีปากคู่นั้นจะชอนไซไปจุดใดเขาก็เปิดให้ด้วยความยินยอม
“ฮะ...อะ....ฮา..อะ”
เสียงหอบจากปากบวมดังอย่างไม่หยุดเช่นเดียวชายหนุ่มที่ร่อนสะโพกถี่ยิบ เส้นทางรสนี่แม้จะไร้ซึ่งความห่วงใยแต่ก็ฉุดกระชากลากถูไปด้วยกันจนถึงที่หมาย
แม้ว่าร่างบางจะถึงจุดก่อนแต่บทสรุปคือน้ำคาววุ้นสีขุ่นก็ไหลทะลักออกมาจากกระบอกไปตามพื้นที่ที่พวกมันสามารถเกาะค้างอยู่ได้
แบมแบมไม่กล้าแม้แต่จะลืมตามองว่าตัวเองทำให้หน้าท้องทั้งคู่เปรอะเปื้อนเพียงใด
เขารู้แต่เพียงว่ามันจบไปอีกหนึ่งบท บทเรียนที่แลกมาด้วยศักดิ์ศรีและยางอาย
ซึ่งร่างบางก็คิดเอาอย่างเหนื่อยล้าว่าอีกไม่กี่นาทีแก่นกายที่เต้นตุบอยู่ในร่างเขาคงจะถอดออกและร่างสูงคงจะจากไปให้เขาได้พักผ่อน
แต่เหมือนเขาจะคิดผิดอีกแล้ว
“อ้ะ!...คุณมาร์ค...พะ...พอเถอะ...ผมไม่ไหวแล้ว”
นางบำเรอเอ่ยเสียงอ่อนอย่างดินขาดน้ำ
ขาเรียวแทบจะเดินไม่ไหวแต่ร่างสูงก็ยังลากเขาให้เดินตามจนมือเผลอไปปัดเอาแจกันที่อยู่ใกล้ล่วงลงพื้น
เพล้ง!
เสียงของแจกันเรียกให้ร่างสูงหยุดเดินแล้วหันมามองอย่างไม่พอใจ
แต่เมื่อเห็นว่าของเล่นราคาแพงนั้นฟุบลงกับพื้นสมองก็รีบประมวลผลอย่างเร็วแล้วดึงร่างบางขึ้นยืนก่อนจะดันให้ก้าวถอยหลังจนติดกับชั้นที่แจกันตกลงมาโดยไม่สนเลยว่าเท้าเล็กจะเหยียบจนเป็นแผลกว้าง
เขาดันให้อีกคนนั่งบนชั้นแล้วจับขาให้พับงอคล้ายตัวเอ็มถูกบีบแล้วโถมตัวเองเข้าหาจนขาของร่างบางชิดกับลำตัว
“ฉันพึ่งปล่อยไปแค่สามน้ำเอง...จะไม่ไหวแล้วหรอ?
เป็นของเล่นภาษาอะไรเถียงเจ้านายด้วย”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสต่างกับของเล่นที่หน้าซีดเผือกลงทันใด
ถึงจะอ่อนต่อโลกแต่แบมแบมก็พอเดาอนาคตอันใกล้นี้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“หรือว่าอึกอัดที่ฉันปล่อยในตัวนาย
งั้นเดี๋ยวฉันจะเอาออกให้แล้วกันนะ เราจะได้เริ่มกันใหม่”
“มะ...อือออ...” แล้วร่างสูงก็สอดนิ้วทีเดียวสามเข้าไปในช่องทางร้อน
เขาควงนิ้วเข้าไปลึกจนร่างบางถึงกับเกร็งหน้าท้องแล้วสะบัดหัวไปมาแรงๆอย่างอธิบายไม่ถูก
เพราะความที่ตรงส่วนนั้นบวมเป่งทำให้ไวต่อสัมผัสจนร่างกายสะท้านรุ่มขึ้นอีกครา
และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะเกิดอารมณ์ร่างสูงก็รีบคว้านเอาของเข้าข้างในออกแทนที่ด้วยกายร้อนที่พร้อมทำงานของตน
“อือ...อะ..”
แค่ขยับเพียงไม่กี่ครั้งร่างบางก็เผยจุดอ่อนไหวให้ร่างสูงได้กลั้นแกล้งอีกครา มือหนาบังคับเข่ามนของอีกฝ่ายให้ชิดติดกันแล้วร่อนสะโพกใส่รัวจนร่างบางครางออกมาไม่เป็นศัพท์
มาร์คถึงกับครางฮืมพอใจเพราะท่วงทางนี้ทำให้ช่องทางคับแคบขึ้นมาอีก
และยิ่งแคบก็ยิ่งแน่น ยิ่งแน่นก็ยิ่งเสียดสีกันมากขึ้น
และเมื่อเสียดสีกันมากขึ้นความเจ็บปวดของร่างบางก็ทวีคูณ
แบมแบมได้แต่อ้าปากค้างในอากาศแล้วหอบหนักเพราะราคะที่ถูกสุมมันกำลังทำให้ตนหายใจได้ไม่ทั่วท้อง
จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงของเหลวร้อนพุ่งใส่ผนังช่องทางความอึดอัดก็ค่อยๆลดลงจนเกือบจะเป็นปกติ
แต่แล้วก็ต้องใจกระตุกอีกครั้งเพราะร่างสูงฉุดลงจากชั้นแล้วเหวี่ยงร่างบางลอยขึ้นบนเตียงก่อนจะตามมาทาบทับให้เงาบังร่างเล็กมิดแล้วสอดมือเข้าใต้รักแร้ก่อนจะดันแก่นกายเข้าไปบนตัวร่างบางอีกคราเรียกเสียงวีดร้องปานจะขาดใจของอีกคนได้เป็นอย่างดี
และนายเหนือก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ปรับตัวขยับสะโพกขึ้นลงเหมือนการวิดพื้นพร้อมกับเอาหน้าซุกไซไปตามหลังคอส่งความทรมานที่สุขสมให้แผดเผาทั้งกายและใจของร่างบางจนมันไหม้ยิ่งกว่ากระดาษ
เมื่อใดที่ร่างบางขืนตัวหนีเขาก็กดกระชับไหล่บางให้เขาหาตัวพร้อมกับร่อนสะโพกให้ลึกยิ่งขึ้นจนอีกฝ่ายได้แต่ซุกหน้าลงกับเบาะไร้การขัดขืน
และเขาก็ได้คว้าปุยเมฆมาอีกคราในขณะที่ร่างบางแทบจะเหมือนตุ๊กตาไม้ใกล้พังเพราะตามตัวมีแต่รอยจ้ำทั้งแดงม่วงเขียวกระจายทั่ว
แต่ถึงกระนั้นไม่มีทีท่าว่านายเหนือจะสงสาร
เพราะมือหนาพลิกร่างบางขึ้นมาอีกคราและจับตะแคงข้างแล้วสอดใส่เข้าไปในช่องทางเดิม
ราวกับสิ่งเสพติดที่รู้ว่ามันจะเป็นอันตรายก็ยังจะเสพ
“พะ...ฮะ...พอ...” ร่างบางเค้นแต่ละคำอย่างยากลำบากเพราะลำคอมันแห้งเป็นผุยผงไปหมด
มือบางวางลงบนมืออีกฝ่ายที่จับเอวตนอยู่อย่างร้องขอ แต่เพราะความเสียวที่แล่นไปทั่วกลายเป็นว่าเขากำลังจับมืออีกฝ่ายด้วยความรัญจวนให้นายเหนือเผลอคิดไปว่าร่างบางต้องการมากกว่านี้จึงโน้มตัวลงไปจูบกลีบปากอิ่มอย่างดูดดื่มเป็นการให้รางวัลแก่ร่างบางในค่ำคืนนี้
ตราบใดที่นาฬิกายังคงหมุน...ก็เหมือนอุโมงค์ไม่เห็นปลายทาง
ร่างบางไม่อาจจดจำได้ว่าผ่านไปนานเท่าไรที่ตนเอ่ยคำว่าพอ
โดยที่อีกคนไม่เคยหยุด
รู้แต่ว่าเมื่อขอบหน้าต่างของเขามีแสงสีส้มรำไรขึ้นมานิด
หัวของเขาก็หนักอึ้งอย่างมีภูเขามาทับแล้วสติของเขาก็ดับลงไปพร้อมกับเปลือกตา
ซึ่งสิ่งสุดท้ายที่รับรู้คือ....ความปวดร้าวไปทั่งกาย
คุยกันสักนิด...
ขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันเสมอมานะ #เช็ดน้ำตา
ถึงแม้จะไม่ได้อ่านท๊อกของบุ๋มก็เถอะ #นั้นมีน้อยใจ
แต่เการักคนอ่านนะ กลับไปยัง PART 8 >>>> http://my.dek-d.com/bumhyuk/writer/viewlongc.php?id=1145272&chapter=9