วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

NC Part Yug




ร่างสูงเข้าจู่โจมปากบางอีกครั้งก่อนที่จะขบลงแรงๆจนอีกคนต้องเผยอปากให้ล่วงล้ำด้วยความไม่เต็มใจ อวัยวะร้อนชื้นที่เข้าทักทายทำการกวาดทุกอย่างด้วยความตะกระกามด้วยเพราะขาดจากเรื่องอย่างว่ามานานปี และครั้งนี้เขาจงใจที่จะเอามันมาลงกับคนข้างใต้ให้หายอยาก

“อื้อ!!...อื้อ!!” ริมฝีปากหยักที่บดเบียดลงมาอย่างหิวกระหายทำเอาร่างโปร่งถึงกับเจ็บปากต้องครางประท้วงหาความอ่อนโยน แต่เหมือนแรงทุบจะกลายเป็นการกระตุ้นให้ชายหนุ่มยิ่งคลั่ง มือหนาขย้ำลงไปตามลำตัวและสีข้างอย่างระบายความใคร่ก่อนจะฉีกกระชากเสื้อเชิ้ตตัวงามจนกระดุมหลุดทั้งแผง

“อื้อ!....เป็นบ้ารึไง...อ้ะ!...เจ็บนะ!” ทันทีที่ได้อิสระปากบางก็ต่อว่าทันทีแต่ก็ต้องสะดุ้งโหย่งเพราะฟันคมของอีกฝ่ายกัดเข้าที่ซอกคอจนแสบจี้ดและไม่ต้องเดาให้ยากว่ามันคงเกิดเลือดซึมแน่ๆ มือเรียวยกขึ้นพยายามดันแผงอกของอีกฝ่ายด้วยแรงที่มีแต่อีกฝ่ายเหมือนเป็นกำแพงยักษ์ทำยังไงก็ไม่ขยับเขยื้อน และเป็นเขาเองที่ต้องผวาเมื่อกางเกงตัวเท่ถูกมือหนาปลดตะขอมันอย่างรวดเร็ว

“...หยุดนะ!...เป็นสัดอยู่รึไง!!”จุนฮเวตะคอกใส่ใบหน้าคมอย่างเหลืออด แต่ก็ต้องหายใจสะดุดเมื่อมือคมปักลงมาเฉียดข้างแก้มฝังเข้ากับกระจกจนได้ยินเสียงแตกร้าวชัดเจน จุนฮเวมองคนตรงหน้าด้วยแววตาหวั่น สั่นเหมือนเจอยมฑูตมายื่นถือสามงามตรงหน้า

“เลิกเห่าได้แล้วฉันรำคาญ! อยากมากไม่ใช่หรอ? ฉันหายไปตั้งหลายปี มารำลึกความหลังกันหน่อยมั้ย? หึหึ”
“มะ...ไม่!!..” แล้วภาพในวันวานก็ย้อนเข้ามา..ราวกับกรอฟิล์ม ความทรงจำที่ถูกวาดด้วยบุคคลตรงหน้าทำให้น้ำตาไหลรินอีกครั้ง

เขาถูกขืนใจตั้งแต่อายุสิบสอง
มันคืออดีตฝั่งใจที่ทำให้เขาต้องกัดฟันสู้มาจนทุกวันนี้ และบอกตัวเองเสมอแม้เจ็บขนาดไหนก็ต้องไม่แสดงออกมา


“อื้อ!!!” ร่างโปร่งกัดปากแน่นวีดร้องในลำคอเมื่อแก่นกายร้อนสอดเข้ามาอย่างไม่เบิกทาง

“อ้า....ยังแน่นเหมือนเดิมนิ?...นึกว่าหลวมซะละ” ร่างสูงครางอยากพึงพอใจที่ช่องทางร้อนนั้นบีบรัดแน่น เขากดแก่นกายเข้าไปในตัวของอีกฝ่ายหนักๆอย่างสั่งสอนพร้อมกับก้มลงกัดเม็ดพลอยคู่นั้นอย่างหมันเขี้ยวอย่างแรงจนร่างโปร่งสะดุ้งบิดตัว


มือหนาประคองสะโพกนิ่มให้รับตัวตนของเขามากขึ้นจนสุดลำแล้วถอนออกอย่างรวดเร็วและสอดเข้าไปช้าๆให้อีกฝ่ายเหมือนจะขาดใจเล่นๆ จุนฮเวเกาะขอบโต๊ะจนปลายนิ้วซีดเกร็งหน้าท้องเพราะความจุก ยิ่งอีกฝ่ายเข้าออกช้าๆมันเหมือนทำเขาแทบขาดใจ

“ฮื้อ..อึก...มะ..มีแรงแค่นี้...อึก...รึไง..คุณมือปืน...อ่อนจริง..” ปากก็ว่าร้ายไปอย่างนั้นแต่แววตากลับสั่นระริกอย่างปิดไม่มิด นี่คือความจริงที่ยูคยอมรู้ดีว่าคนตรงหน้าเป็นพวกปากเก่งแต่ใจเซาะ ไม่ว่าจะเจ็บขนาดไหนปากร้ายๆก็ยังสามารถยั่วยุให้อารมณ์ขึ้นได้เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน

“อ้ะ...อืออือ” ร่างโปร่งร้องครางแทบไม่เป็นภาษาเกร็งตัวหนักกว่าเดิมเพราะจู่ๆอีกฝ่ายก็เปลี่ยนจังหวะซอยเข้ามาไม่ยั้งอย่างปืนกลจนเส้นผมทุกเส้นสั่นสะท้าน มือหนาก็ไม่อยู่นิ่งทั้งบีบทั้งคั้นก้อนนิ่มอย่างไม่อ้อมมือก่อนจะร้องซี้ดเพราะสวรรค์กำลังใกล้เข้ามารำไร

จุนฮเวกัดฟันแน่นอย่างเสียวซ่านไปทั่วร่าง แม้การร่วมรักนี้จะรุนแรงแต่มันก็เติมเต็มให้เขาได้หายคิดถึงคนตรงหน้าไม่น้อย มือเรียวปล่อยจากขอบโต๊ะมาเป็นไหล่หนาพร้อมกับจิกเล็บลงไปให้เท่ากับแรงที่อีกฝ่ายใส่เข้ามาไม่สนว่ามันจะเกิดแผลหรือเลือดซิบ เขารู้แต่ว่าตัวเองต้องไม่ยอมถูกทำร้ายเพียงคนเดียว

ร่างโปร่งโน้มตัวเข้าหาอีกคนก่อนจะกอดให้แนบชิดดังร่างยักษ์นั้นคือเสาหลักเพียงเสาเดียวท่ามกลางพื้นทรายที่ร้อนระอุ ซุกใบหน้าเข้ากับซอกคออีกฝ่ายก่อนที่จะอ้าปากครางเบาๆให้ใจคนรับสั่นระส่ายแล้วงับเบาๆที่ติ่งหูใหญ่อย่างงับลูกเชอรี่ ลากนิ้วไปตามแผ่นหลังที่มีผ้าชื้นน้ำกั้นอยู่อย่างรัญจวนก่อนจะจิกลงไปทุกครั้งที่จุดกระสันโดนกระตุ้น

“อืม...เร้าใจดีนิ...ใครสอนละ” ยูคยอมกระซิบถามอย่างถากถางข้างหูก่อนจะกดปากกับแก้มขาวๆแรงๆด้วยความกระสันจากช่วงล่าง ในความคิดเขาคนตรงหน้าคงอ้าขาให้ใครหลายคนมาแล้วในช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่ไม่งั้นคงไม่ได้มาเป็นถึงเลขาของเพื่อนเขาหรอก หรือบางทีเจ้ามินโฮก็คงจะได้ลิ้มรสช่องทางร้อนๆที่เขากำลังสอดใส่อยู่มาแล้วเหมือนกัน

“...หรือว่าเอามั่วจนนับไม่ถูก  โอ้ย!” ร่างสูงร้องเสียงหลงผลักอีกคนออกอย่างไวก่อนจะเห็นว่ามุมปากที่กระตุกยิ้มของอีกคนมันมีลิ่มเลือดประปราย

“เดี๋ยวนี้เลื่อนขั้นเป็นซาดิสแล้วหรอ...ได้..” ไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาก็ผลิกร่างของอีกคนอย่างรวดเร็วจนแก่นกายข้างในช่องทางรูดกันให้เสียวซ่านแล้วกดไหล่ขาวนั้นลงกับกระจกเย็นก่อนจะโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูบางที่แดงเถือกเบาๆ
s“ความจริงฉันก็ชอบนะแบบนี้” สิ้นคำคนด้านหลังก็เทซัดแรงลงกระหน่ำซ้ำลงจนมีเลือดไหลลงมาตามซอกขาขาว จุนฮเวกัดฟันแน่นรับความรุนแรงจากอีกฝ่ายด้วยขาที่สั่นเทา แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีแต่ความเจ็บที่อีกคนกระทำมันกลบความรู้สึกนั้นไปจนหมดเรียกได้ว่าเห็นจุนฮเวเป็นตุ๊กตายางก็ว่าได้

ปึก    ปึก

เสียงของหน้าขาที่กระทบกับขอบจนโต๊ะคลอนทำให้เดาได้ไม่ยากว่าไม่นานช่องทางนั้นคงบวมช้ำและอักเสบเป็นแน่ แต่ถึงอย่างนั้นร่างโปร่งก็หาได้มีเสียงร้องไม่ เขาบอกกับตัวเองทุกครั้งที่ตัวตนของอีกฝ่ายสอดเข้ามาว่าอย่าร้องห้ามแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น จนสุดท้ายคนที่หงุดหงิดก็เป็นร่างสูงที่ต้องลงไม้ลงมือกับทุกส่วนให้อีกฝ่ายเปิดปากให้ได้

เขาไล่จูบไปทั่วลำคอขาวก่อนร้นเสื้อเชิ้ตลงไปกองที่ปั้นท้ายงอนแล้วจะกัดเข้าที่ไหล่ลาดแรงๆจนเป็นรอยหลุม ไล่ฝากรอยรักรอยเกลียดไปทั่วแผ่นหลังบางราวกับสัตว์ป่าจนแผ่นหลังที่เคยขาวใส่เต็มไปด้วยรอยมือ รอยฟัน และรอยจูบ นิ้วเรียวเลื่อนเข้าไปสะกิดเม็ดพลอยเบาๆจนเจ้าตัวสะดุ้งแล้วบดเบียดให้ร่างนั้นบิดเร้าจนเผลออ้าปากครางระรัวอย่างกลั้นไม่อยู่

“อ้า...อ้า...อื้อ” ยูคยอมกลั้วหัวเราะในลำคออย่างสะใจแล้วก้มลงงับใบหูอีกคนเล่นเรียกเสียงอันแหบพร่าดังอืออ่าออกมาไม่ขาดปาก ประคองสะโพกมนให้สูงขึ้นเพื่อเข้าหล่อหลอมได้แนบชิดยิ่งขึ้นและเพื่อรอรับปลายทางที่มันกำลังใกล้เข้ามา

“ใกล้ละ...ตอดอีกสิ...รัดให้มากกว่านี้สิ...หลวมแล้วรึไง” เขาเอ่ยกระเซ้าเย้ายุอีกฝ่ายอย่างขบขัน ทั้งๆที่รู้ว่าตอนนี้หัวสมองของคุณเลขาคงโล่งโปร่งคิดอะไรไม่ขึ้นรับรู้อะไรไม่ได้ รู้เพียงอย่างเดียวคือมันเสียวไปทั่วร่าง

จุนฮเวแทบอยากจะบ้าเพราะอีกฝ่ายเล่นกดหัวแม่มือลงบนปลายยอดของเขาทำเอาสวรรค์ชะงัก และยังกลั้นแกล้งด้วยการกระแทกเข้าจุดสวาทให้ดิ้นพล่านเพราะอยากปลดปล่อย ตอนนี้สมองของเขาเริ่มประมวลผลได้แล้วและพยายามที่จะเอามือไปปัดมืออีกฝ่ายออกแต่เหมือนอีกคนจะรู้ทัน ร่อนสะโพกรัวไม่หยั่งจนเขามือไม้อ่อนซอนซบกับกระจกอย่างหมดแรงต้านทาน

ยูคยยอมแรงจังหวะเข้าไปแนบชิดก่อนจะกดค้างกับแผ่นหลังบางแล้วปล่อยสิ่งที่อัดอั้นอยู่ใส่ช่องทางของอีกฝ่ายก่อนจะกระซิบเบาๆแล้วจูบลงข้างขมับชื้นเหงื่อด้วยน้ำเสียงไม่มีเยื้อใยว่า “ไปล่ะ...ฉันพอใจละ”

ปึง!


พรืด!

ร่างโปร่งที่ไร้การตรึงร่วงลงสู้พื้นพรมอย่างอ่อนแรง ร่างเขาสั่นไปหมดทั้งอายทั้งอยากมันตีกันจนแทบไม่รู้ว่าน้ำตาที่ออกมามันเป็นของอารมณ์ไหนกันแน่ เขาขดขาเข้าหาตัวเองแล้วใช้มือค่อยๆดึงเสื้อที่กองอยู่ที่เอาขึ้นมาปกปิดร่องรอยอันโหดร้าย เขาเหลือบมองส่วนที่ตื่นตัวของตัวเองก่อนจะเม้มปากหนักแล้วทำการที่เรียกว่าช่วยตัวเองทั้งน้ำตา

มันขมขื่นแค่ไหนใครจะรู้...

หลงรักครั้งแรกของตัวเอง...

ครั้งแรกที่ได้มาจากการข่มขืน...

ครั้งแรกที่ไม่เต็มใจแต่ติดตรึงใจ...

แต่ทำไมเขาไม่เคยเข้าไปในใจของคนๆนั้นได้เลยสักนิด...




--------------------------------------------------------- end part -------------------------------------------------
เอาไปซอฟๆ พอหอมปากหอมคอเนอะ -,.- คู่นี้มายังไง? นางบุ๋มยังงงเอง .... ยังไงก็อย่าลืมบอกกล่าวเล่าต่อได้ที่ >>>>>>>> http://my.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1145272&chapter=6     นะคร้าบ

กำลังใจของนักเขียนมาจากศรัทธาของคนอ่าน   โปรดเอ็นดูเรื่องนี้มากๆน๊าคร้าบบบ

ฮักคนอ่าน จุ๊บ จุ๊บ 

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

KING PART 8

NC CUT 2   #แนะนำ อ่านช้าๆ ค่อยละเมียดที่ละคำ เว้นจังหวะตามที่วรรค เพื่อรับความรู้สึกของบุ๋มอย่างลึกซึ้ง ♥



“พอใจคุณรึยังฮะ..” แบมแบมเอ่ยอย่างเค้นน้ำเสียงเพราะลำคอแห้งผากไปหมด

มาร์คกระตุกยิ้มที่หนึ่งก่อนจะเลื่อนมือที่เปื้อนคราบรักไปที่ลำคออีกฝ่าย ความเหนียวเหนอะและแฉะทำเอาร่างบางถึงกับสะดุ้งแล้วเบี่ยงตัวรังเกียจ


“ก็พอใจ”


“งั้นปล่อยมันมาให้ผมสิฮะ”


“ยังไม่ได้พูดสักคำว่าให้เอาแล้วจะปล่อย”

มาร์คตอบออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขาไม่สนใจเลยว่าดวงตาหวานของอีกฝ่ายนั้นเจ็บปวดแค่ไหน น้ำตาหยดใหญ่ถึงกับไหลออกจากหางตาเป็นสายด้วยความรู้สึกเจ็บใจก่อนจะใช้มือข้างที่ไร้โซ่ระดมทุบไปที่ไหล่ลาดอย่างเหลือใจ



“คุณมันใจร้าย! คุณมันปีศาจ! คุณมันคนไม่มีหัวใจ!! คุณมันเลว!!! โอ้ย!!

มาร์คคว้าเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่ายก่อนจะบีบมันอย่างแรงเป็นการย้ำเตือนว่าอย่าได้พยศหรือต่อต้าน และนั้นทำให้เขาพบกับบางอย่าง...



สีเงินที่แวววาวสะท้อนแสงช่างสวยงามสะดุดตา และยิ่งอักษรที่สลักลงบนเนื้องานแล้วมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มมองมันด้วยสายตารังเกียจก่อนจะหันดวงตาดุมามองเจ้าของข้อมือเล็ก มาร์คบีบเข้าที่คางได้รูปแล้วบังคับให้หันกลับมาก่อนจะถามด้วยความเดือดดาล 



“ของใคร!!


“อึก...ปล่อยนะ!..เจ็บ...โอ้ย”


“บอกมาว่าไอ้สวะตัวไหนมันให้!” แบมแบมเจ็บจนน้ำตาเล็ดอีกคราแต่ดวงตาที่แดงก่ำก็มองโต้ตอบอย่างไม่หลบเป็นการแสดงออกว่าเขากำลังดื้อเพ่งเพื่อปกป้องเจ้าของที่ให้กำไลนั้นมา


“ได้...” มาร์คกดเสียงต่ำพร้อมกับกระตุกมุมปากก่อนจะใช้มือซ้ายกระชากกำไลออกจากข้อมืออีกฝ่ายจนขาดสะบั้นโดยไม่สนใจว่ามันจะสร้างรอยแผลไว้บนผิวบางหรือเปล่า ส่วนแหลมที่เกิดจากห่วงที่ฉีกขาดครูดกับส่วนข้อมือเป็นทางยาวจนเลือดซิบ แต่นายเหนือก็หาได้ใส่ใจ...มือหนากำแผ่นเงินนั้นจนเส้นเลือดขึ้นต่อหน้าร่างบางประหนึ่งจะให้มันแหลกละเอียดไปในฝ่ามือ


“ไม่ตอบแสดงว่ายอมรับโทษแทนมันใช่ไหม” มาร์คกดเสียงต่ำถามจนอีกคนผวาหวาด คนใต้ร่างพยายามดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดแต่เหมือนเป็นการเอาท่อนไม้ไปงัดท่อนซุง และซุงนี้ก็เป็นซุงที่กำลังลุกไหม้เสียด้วย


“ถ้างั้นฉันจะจัดโทษแบบพิเศษเพื่อนาย นางบำเรอของฉัน”


“โอ้ย!!


แล้วร่างของนางบำเรอก็ถูกลากลงจากเตียงโดยกุญแจมือที่ถูกปลดออก มือหนากำโซ่ส่วนปลายแน่นอย่างไม่รู้สึกแม้ว่ามันจะกดทับจนเป็นรอยยุบแล้วมัดมันไว้กับราวข้างหน้าต่างแล้วหันมากระชากกลุ่มผมสีดำให้ร่างบางหันหน้าออกนอกหน้าต่าง


“วิวสวยเนอะว่าไหม?” เสียงเย็นที่เอ่ยกระซิบข้างหูทำให้ร่างเล็กเริ่มจะรู้ชะตากรรม ใบหน้าหวานส่ายไปมาอย่าปฏิเสธเพราะตอนนี้แก่นกายร้อนมันกำลังช่ำแรกเข้ามาให้หวาดสั่น


“อึก..” ขาเล็กแทบทรุดที่จู่ๆอีกฝ่ายก็แทรกเข้ามารวดเดียวอย่างไม่ถนอม แบมแบมพยายามที่จะบังคับให้ขาทั้งสองทรงตัวให้อยู่เมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับ มือเรียวคว้าไปที่ผ้าม่านพยามที่จะเบี่ยงตัวออกจากช่องหน้าต่างเพราะถึงแม้เขาจะเป็นนางบำเรอ ไร้ค่า ต่ำศักดิ์ แต่เขาก็ยังคงหวงแหนร่างกายที่มันแปดเปื้อนไม่อยากให้ใครได้มอง


เขาไม่อยากให้ใครได้เห็นภาพอันน่าเวทนานี้แม้แต่น้อย


“อือ...ผมเจ็บ...คุณมาร์คได้โปรด..” แบมแบมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อรับรู้ได้ถึงของแหลมคมที่กรีดลงบนแผ่นหลังของตน


มุมของแผ่นสีเงินในมือถูกใช้เป็นปากกา แผ่นหลังบางถูกเปรียบเป็นแผ่นกระดาษโดยมีหมึกคือเลือดที่ซึมออกมาจากรอยถลอก คำว่า มาร์ค ที่เด่นชัดบนผิวนุ่มทำให้ผู้สร้างกดยิ้มมุมปากอย่างพอใจที่ได้ตีตราต่างกับอีกคนที่ร้องจนแทบไม่มีน้ำตา แล้วปากกาด้ามนั้นก็ถูกยื่นมาตรงหน้าร่างบางในจังหวะเดียวกันกับร่างสูงโน้มตัวเข้ามากระซิบข้าหู


“หวงมันมากใช่ไหม”


พรืบ!


“ไม่นะ!” ร่างบางเบิกตากว้างเมื่อมันถูกเหวี่ยงออกไปในความมืดอย่างรวดเร็วจนมือบางไม่อาจเอือมคว้าทัน มือบางทิ้งลงกระทบหน้าต่างอย่างหมดหวังก่อนที่จะร้องเสียงหลงเมื่อนายเหนือจับตัวพลิกให้มาเผชิญใบหน้าเข้มที่แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง


“นายเป็นนางบำเรอของฉัน! ร่างกายเป็นของของฉัน! และฉันไม่มีวันให้ใครหน้าไหนเอาไปได้ในขณะที่ฉันยังพอใจ!

“โอย! คุณมาร์ค...ได้โปรด”ร่างบางร้องออกมาสุดเสียงอย่างเจ็บปวดเมื่อขาเรียวถูกจับพาดแขนแกร่งแล้วท่อนร้อนก็พรวดเข้ามาที่เดียวแทบมิด ร่างบางร้องเรียกชื่อคนตรงหน้าเสียงพร่าพร้อมกับพยายามดันหน้าท้องเป็นลอนไว้เพื่อทานแรงก่อนจะช้อนดวงตาปริ่มน้ำขึ้นมาเอ่ยขอความเมตตา


“อือ...ฮะ...ขอ...ร้อง” เสียงตะกุกตะกักและใบหน้าอันแดงซ่านอย่างทรมานทำให้มาร์คนึกลองใจอ่อนหยุดการกระทำลงแล้วจดจ่อรอว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยคำใดออกมา


ร่างบางกลืนน้ำลายที่แทบจะไม่มีลงลำคอก่อนจะค่อยๆสูดลมหายใจเข้าแล้วขยับปากเอ่ยในสิ่งที่ตนพึ่งได้ตัดสินใจ


“คุณมาร์ค...ผมยอมแล้ว...แต่ได้โปรด...อย่ารุนแรงกับผมได้ไหม...ผมทนไม่ไหว” แบมแบมเอ่ยออกมาด้วยความสัตย์จริงเพราะตอนนี้แค่ควบคุมฝ่ามือที่แตะอยู่บนไหล่ลาดให้หยุดสั่นเขายังทำไม่ได้ แต่สิ่งที่ร่างบางเอ่ยออกมามาร์คถึงกับประหลาดใจฉงน ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างแล้วโถมตัวดันแผ่นหลังบางให้ครูดไปกับผนังห้องเรียกเสียงซี้ดเบาๆจากปากอิ่มให้รู้ว่าร่างบางแสบสันไม่น้อย จากนั้นก็โน้มใบหน้าจนลมหายใจรดปลายจมูกเอ่ยคำตอบที่ทำเอาร่างบางแทบอยากจะกัดลิ้นตาย




“ขึ้นอยู่กับความพอใจของฉัน”


แล้วริมฝีปากหยักก็ปิดปากอิ่มให้ไร้ทางออกของเสียงพร้อมกับการขยับสะโพกใส่ถี่ เขาไม่แคร์ว่าเสียงที่ดังอืออึงในลำคอร่างเล็กจะเป็นเสียงของความเจ็บปวดที่มีผลมาจากช่องทางที่เริ่มจะอักเสบและมีลิ่มเลือดเปรอะออกมาเพราะนาทีนี้ความสุขของเขาคือจุดประสงค์สูงสุด และคือสิ่งที่นางบำเรออย่างอีกคนต้องมอบให้เขาโดยไม่มีข้อแม้


พั่บ พั่บ พั่บ


เสียงของเนื้อกระทบเนื้อยังคงดังเคล้าเสียงชื้นแฉะของช่องทางที่ถูกรุกราน ร่างบางมองไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกมึนงงคล้ายร่างกายมันอ่อนล้าไปหมดจนแทบไร้ความรู้สึก ปลายประสาทของเขามันชาจนควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เด่นชัดเหลือเกินคือไฟสวาทที่มันแผดเผาวูบวาบอยู่ในกายให้เห็นหนทางสายรุ้งรำไร



ครั้งสุดท้ายได้ไหม...


ผมจะไม่ไหวแล้ว...


ใบหน้าของร่างเล็กถูกคลอเคลียด้วยจมูกโด่งและลมหายใจร้อนด้วยพิษกามาที่ร่างสูงระบายออกมาเป็นจังหวะเดียวกับแก่นกายร้อนที่กำลังทำงานอยู่เบื้องล่าง ในเวลานี้ไม่มีส่วนไหนที่ไม่ถูกดอมดมเพราะจิตใต้สำนึกถูกกดด้วยบางอย่างจนหนักอึ้งไปทั้งหัวไม่ว่าริมฝีปากคู่นั้นจะชอนไซไปจุดใดเขาก็เปิดให้ด้วยความยินยอม


“ฮะ...อะ....ฮา..อะ” เสียงหอบจากปากบวมดังอย่างไม่หยุดเช่นเดียวชายหนุ่มที่ร่อนสะโพกถี่ยิบ เส้นทางรสนี่แม้จะไร้ซึ่งความห่วงใยแต่ก็ฉุดกระชากลากถูไปด้วยกันจนถึงที่หมาย แม้ว่าร่างบางจะถึงจุดก่อนแต่บทสรุปคือน้ำคาววุ้นสีขุ่นก็ไหลทะลักออกมาจากกระบอกไปตามพื้นที่ที่พวกมันสามารถเกาะค้างอยู่ได้


แบมแบมไม่กล้าแม้แต่จะลืมตามองว่าตัวเองทำให้หน้าท้องทั้งคู่เปรอะเปื้อนเพียงใด เขารู้แต่เพียงว่ามันจบไปอีกหนึ่งบท บทเรียนที่แลกมาด้วยศักดิ์ศรีและยางอาย ซึ่งร่างบางก็คิดเอาอย่างเหนื่อยล้าว่าอีกไม่กี่นาทีแก่นกายที่เต้นตุบอยู่ในร่างเขาคงจะถอดออกและร่างสูงคงจะจากไปให้เขาได้พักผ่อน



แต่เหมือนเขาจะคิดผิดอีกแล้ว



“อ้ะ!...คุณมาร์ค...พะ...พอเถอะ...ผมไม่ไหวแล้ว” นางบำเรอเอ่ยเสียงอ่อนอย่างดินขาดน้ำ ขาเรียวแทบจะเดินไม่ไหวแต่ร่างสูงก็ยังลากเขาให้เดินตามจนมือเผลอไปปัดเอาแจกันที่อยู่ใกล้ล่วงลงพื้น



เพล้ง!



เสียงของแจกันเรียกให้ร่างสูงหยุดเดินแล้วหันมามองอย่างไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นว่าของเล่นราคาแพงนั้นฟุบลงกับพื้นสมองก็รีบประมวลผลอย่างเร็วแล้วดึงร่างบางขึ้นยืนก่อนจะดันให้ก้าวถอยหลังจนติดกับชั้นที่แจกันตกลงมาโดยไม่สนเลยว่าเท้าเล็กจะเหยียบจนเป็นแผลกว้าง เขาดันให้อีกคนนั่งบนชั้นแล้วจับขาให้พับงอคล้ายตัวเอ็มถูกบีบแล้วโถมตัวเองเข้าหาจนขาของร่างบางชิดกับลำตัว



“ฉันพึ่งปล่อยไปแค่สามน้ำเอง...จะไม่ไหวแล้วหรอ? เป็นของเล่นภาษาอะไรเถียงเจ้านายด้วย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสต่างกับของเล่นที่หน้าซีดเผือกลงทันใด ถึงจะอ่อนต่อโลกแต่แบมแบมก็พอเดาอนาคตอันใกล้นี้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น



“หรือว่าอึกอัดที่ฉันปล่อยในตัวนาย งั้นเดี๋ยวฉันจะเอาออกให้แล้วกันนะ เราจะได้เริ่มกันใหม่”

“มะ...อือออ...” แล้วร่างสูงก็สอดนิ้วทีเดียวสามเข้าไปในช่องทางร้อน เขาควงนิ้วเข้าไปลึกจนร่างบางถึงกับเกร็งหน้าท้องแล้วสะบัดหัวไปมาแรงๆอย่างอธิบายไม่ถูก เพราะความที่ตรงส่วนนั้นบวมเป่งทำให้ไวต่อสัมผัสจนร่างกายสะท้านรุ่มขึ้นอีกครา และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะเกิดอารมณ์ร่างสูงก็รีบคว้านเอาของเข้าข้างในออกแทนที่ด้วยกายร้อนที่พร้อมทำงานของตน


“อือ...อะ..” แค่ขยับเพียงไม่กี่ครั้งร่างบางก็เผยจุดอ่อนไหวให้ร่างสูงได้กลั้นแกล้งอีกครา มือหนาบังคับเข่ามนของอีกฝ่ายให้ชิดติดกันแล้วร่อนสะโพกใส่รัวจนร่างบางครางออกมาไม่เป็นศัพท์ มาร์คถึงกับครางฮืมพอใจเพราะท่วงทางนี้ทำให้ช่องทางคับแคบขึ้นมาอีก และยิ่งแคบก็ยิ่งแน่น ยิ่งแน่นก็ยิ่งเสียดสีกันมากขึ้น และเมื่อเสียดสีกันมากขึ้นความเจ็บปวดของร่างบางก็ทวีคูณ แบมแบมได้แต่อ้าปากค้างในอากาศแล้วหอบหนักเพราะราคะที่ถูกสุมมันกำลังทำให้ตนหายใจได้ไม่ทั่วท้อง จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงของเหลวร้อนพุ่งใส่ผนังช่องทางความอึดอัดก็ค่อยๆลดลงจนเกือบจะเป็นปกติ



แต่แล้วก็ต้องใจกระตุกอีกครั้งเพราะร่างสูงฉุดลงจากชั้นแล้วเหวี่ยงร่างบางลอยขึ้นบนเตียงก่อนจะตามมาทาบทับให้เงาบังร่างเล็กมิดแล้วสอดมือเข้าใต้รักแร้ก่อนจะดันแก่นกายเข้าไปบนตัวร่างบางอีกคราเรียกเสียงวีดร้องปานจะขาดใจของอีกคนได้เป็นอย่างดี  และนายเหนือก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ปรับตัวขยับสะโพกขึ้นลงเหมือนการวิดพื้นพร้อมกับเอาหน้าซุกไซไปตามหลังคอส่งความทรมานที่สุขสมให้แผดเผาทั้งกายและใจของร่างบางจนมันไหม้ยิ่งกว่ากระดาษ



เมื่อใดที่ร่างบางขืนตัวหนีเขาก็กดกระชับไหล่บางให้เขาหาตัวพร้อมกับร่อนสะโพกให้ลึกยิ่งขึ้นจนอีกฝ่ายได้แต่ซุกหน้าลงกับเบาะไร้การขัดขืน และเขาก็ได้คว้าปุยเมฆมาอีกคราในขณะที่ร่างบางแทบจะเหมือนตุ๊กตาไม้ใกล้พังเพราะตามตัวมีแต่รอยจ้ำทั้งแดงม่วงเขียวกระจายทั่ว



แต่ถึงกระนั้นไม่มีทีท่าว่านายเหนือจะสงสาร เพราะมือหนาพลิกร่างบางขึ้นมาอีกคราและจับตะแคงข้างแล้วสอดใส่เข้าไปในช่องทางเดิม



ราวกับสิ่งเสพติดที่รู้ว่ามันจะเป็นอันตรายก็ยังจะเสพ








“พะ...ฮะ...พอ...” ร่างบางเค้นแต่ละคำอย่างยากลำบากเพราะลำคอมันแห้งเป็นผุยผงไปหมด มือบางวางลงบนมืออีกฝ่ายที่จับเอวตนอยู่อย่างร้องขอ แต่เพราะความเสียวที่แล่นไปทั่วกลายเป็นว่าเขากำลังจับมืออีกฝ่ายด้วยความรัญจวนให้นายเหนือเผลอคิดไปว่าร่างบางต้องการมากกว่านี้จึงโน้มตัวลงไปจูบกลีบปากอิ่มอย่างดูดดื่มเป็นการให้รางวัลแก่ร่างบางในค่ำคืนนี้



ตราบใดที่นาฬิกายังคงหมุน...ก็เหมือนอุโมงค์ไม่เห็นปลายทาง



ร่างบางไม่อาจจดจำได้ว่าผ่านไปนานเท่าไรที่ตนเอ่ยคำว่าพอ โดยที่อีกคนไม่เคยหยุด



รู้แต่ว่าเมื่อขอบหน้าต่างของเขามีแสงสีส้มรำไรขึ้นมานิด หัวของเขาก็หนักอึ้งอย่างมีภูเขามาทับแล้วสติของเขาก็ดับลงไปพร้อมกับเปลือกตา





ซึ่งสิ่งสุดท้ายที่รับรู้คือ....ความปวดร้าวไปทั่งกาย







 คุยกันสักนิด...

ขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันเสมอมานะ #เช็ดน้ำตา ถึงแม้จะไม่ได้อ่านท๊อกของบุ๋มก็เถอะ #นั้นมีน้อยใจ
แต่เการักคนอ่านนะ กลับไปยัง PART 8 >>>> http://my.dek-d.com/bumhyuk/writer/viewlongc.php?id=1145272&chapter=9